Categories
News

บริการซ่อมบำรุงอาคาร: วิธีเช็คไฟรั่ว อย่างปลอดภัยด้วยไขควงเช็คไฟรั่ว

บริการซ่อมบำรุงอาคาร: วิธีเช็คไฟรั่ว อย่างปลอดภัยด้วยไขควงเช็คไฟรั่ว หลาย ๆ คนคงคุ้นหูกับคำว่าไขควงลองไฟ หรือไขควงวัดไฟกันมาบ้างแล้ว โดยเครื่องมือชิ้นนี้ถือเป็น อุปกรณ์เช็คไฟรั่ว ที่ควรมีไว้ติดบ้านมาก ๆ เลยครับ เพราะ ไขควงเช็คไฟรั่ว นี้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านว่ามีปัญหาไฟรั่วหรือไม่ เป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ ราคาถูก และที่สำคัญคือใช้งานง่ายมาก ๆ โดยไขควงวัดไฟนี้สามารถแบ่งได้สองแบบ คือ ไขควงวัดไฟแบบธรรมดาที่มีหลอดไฟอยู่ที่ด้ามจับ และไขควงวัดไฟแบบตัวเลขดิจิตอล ซึ่งมีวิธีใช้งานดังนี้ครับ

1. ไขควงเช็คไฟรั่ว แบบธรรมดาจะประกอบด้วยหลอดนีออนต่ออยู่กับความต้านทานค่าสูง โดยความต้านทานนี้จะทำหน้าที่จำกัดปริมาณกระแสไฟที่จะไหลผ่านหลอดนีออนและร่างกาย เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขณะใช้งาน หากนำไปแตะกับส่วนที่มีไฟจะถือเป็นการต่อไฟครบวงจร ไฟฟ้าจะไหลจากปลายไขควงวัดไฟผ่านหลอดนีออน ตัวต้านทาน มือและร่างกายลงสู่พื้นดินที่ยืนอยู่

หากมีไฟรั่วหรือแรงดันสูงหลอดนีออนตรงปลายไขควงก็จะสว่างขึ้นครับ โดยไขควงลองไฟทั่วไปมักจะมีปุ่มที่บริเวณด้านบน หรือเป็นแบบคลิปหนีบปากกาสำหรับให้ใช้นิ้วแตะเพื่อให้ไฟไหลครบวงจรผ่านร่างกาย ไฟนีออนจึงจะติดแดงขึ้นมาได้

2. ควรเลือกใช้ไขควงวัดไฟให้เหมาะสมกับชนิดของไฟฟ้า ซึ่งจะมีไฟฟ้ากระแสตรง DC แบบที่ใช้ในรถยนต์ และไฟฟ้ากระแสสลับ AC ที่มาจากการไฟฟ้าฯ เพื่อใช้งานทั่วไปภายในอาคารบ้านเรือนครับ

3. นอกจากชนิดของไฟฟ้าแล้ว ขนาดแรงดันไฟฟ้าก็ต้องพอเหมาะ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป การวัดไฟฟ้าในบ้านที่ใช้ไฟ 200 – 250 โวลต์ แต่ใช้ไขวงวัดไฟสำหรับแรงดัน 80 – 125 โวลต์ อาจทำให้รู้สึกว่ามีไฟรั่วผ่านไขควงมากเวลาสัมผัส และไม่ปลอดภัยนัก

4. วิธีเช็คไฟรั่ว ด้วยไขควงวัดไฟต้องระมัดระวังไม่ไปแตะหรือสัมผัสส่วนเปลือยของไขควง หรือควรเลือกใช้ไขควงวัดไฟที่มีฉนวนหุ้มให้เหลือเฉพาะส่วนปลายที่ต้องใช้สัมผัสวัตถุ เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจรครับ

5. การใช้ ไขควงเช็คไฟรั่ว ที่ถูกต้องคือการใช้ปลายไขควงแตะลงบนวัตถุที่ต้องการทดสอบก่อน จากนั้นใช้นิ้วแตะที่ปุ่มด้านบน หรือตรงคลิปหนีบให้ครบวงจร และผู้ทดสอบต้องไม่สวมรองเท้าหรือยืนอยู่บนฉนวน เพราะอาจทำให้ไฟไม่ติด และอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่าไม่มีไฟรั่วได้ครับ

6. ขณะใช้งานไขควงวัดไฟต้องระมัดระวังไม่ให้ไขควงไปแตะหรือสัมผัสถูกส่วนที่เป็นขั้วไฟคนละชั้วพร้อมกัน โดยเฉพาะในพื้นที่แคบ ๆ ที่อาจมีขั้วไฟต่างเฟส หรือขั้วไฟ ขั้วดิน และขั้วนิวทรอลอยู่ใกล้ ๆ กัน เพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนมีประกายไฟพุ่งอย่างรุนแรง เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานมาก ๆ ครับ

7. ห้ามนำไขควงวัดไฟไปใช้ทดสอบกับไฟฟ้าที่ไม่รู้ค่าแรงดัน หรือไฟฟ้าแรงดันสูงโดยเด็ดขาด

8. สำหรับไขควงวัดไฟที่ไม่ได้มีการใช้งานมานาน หลอดไฟนีออนหรือตัวต้านทานที่อยู่ภายในอาจชำรุด หรือหากเป็นไขควงวัดไฟแบบดิจิตอล ไฟแสดงผลก็อาจไม่ทำงาน ดังนั้นก่อนการใช้งาน ไขควงเช็คไฟรั่ว ทุกครั้งจึงควรทดสอบอุปกรณ์กับส่วนที่รู้แน่ชัดอยู่แล้วว่ามีไฟเสีย เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของไขควงวัดไฟเสียก่อนครับ

9. ในกรณีที่ทดสอบแล้วพบว่าไขควงวัดไฟชำรุด ห้ามนำไขควงวัดไฟนั้นไปซ่อมหรือดัดแปลงเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่เด็ดขาดครับ